หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง “การออกแบบการเรียนการสอน”
ความเป็นมาของการออกแบบการเรียนการสอน
การออกแบบการเรียนการสอน
(ID) เกิดจากการใช้กระบวนการของวิธีระบบ
(system approach) ในการฝึกทหารของกองทัพบกอเมริกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 โดยมีความเชื่อว่า การเรียนรู้ใด ๆ
ไม่ควรจะเกิดอย่างบังเอิญ แต่ควรเกิดจากการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีกระบวนการ มีขั้นตอน และสามารถวัดผลจากการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจน
ในการออกแบบการเรียนการสอนต้องอาศัยความรู้ศาสตร์ สาขาต่าง ๆ
อันได้แก่ จิตวิทยาการศึกษา การสื่อความหมาย การศึกษาศาสตร์ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาร่วม
ความหมายของการออกแบบการเรียนการสอน
การออกแบบการเรียนการสอน คือ
ศาสตร์ (Science) ในการกำหนดรายละเอียด
รายการต่าง ๆ เพื่อพัฒนา การประเมินและการทำนุบำรุงรักษาให้คงไว้ของสภาวะต่าง ๆ
เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ ทั้งในเนื้อหาจำนวนมาก หรือเนื้อหาสั้น ๆ (Richey,
1986)
ปัญหาในระบบการเรียนการสอน
เป้าหมายหลักของครูหรือนักฝึกอบรมในการสอน
คือการช่วยให้ผู้เขียนหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ และในการช่วยให้เกิดการเรียนรู้นี้มีปัญหาหลัก
ๆ อยู่หลายประการที่ผู้ออกแบบการเรียนการสอนจะต้องตระหนักและพยายามหลีกเลี่ยง
ปัญหาดังกล่าวคือ
1.
ปัญหาด้านทิศทาง (Direction)
2.
ปัญหาด้านการวัดผล (Evaluation)
3.
ปัญหาด้านเนื้อหาและการลำดับเนื้อหา (Content and
Sequence)
4.
ปัญหาด้านวิธีการ (Method)
5.
ปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ (Constraint)
ปัญหาด้านทิศทาง
ปัญหาด้านทิศทางของผู้เรียนก็คือ
ผู้เรียนไม่ทราบว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนอะไร ต้องสนใจจุดไหน สรุปแล้วพูดไว้ว่าเป็นปัญหาด้านจุดมุ่งหมาย
ปัญหาด้านการวัดผล
ปัญหาการวัดผลนี้จะเกิดขึ้นกับทั้งผู้สอนและผู้เรียน ผู้สอนจะมีปัญหา เช่น
จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เรียนของตนเกิดการเรียนรู้หรือไม่ จะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีการที่ตนใช้อยู่นั้นใช้ได้ผลดี
ถ้าจะปรับปรุงเนื้อหาที่สอนจะปรับปรุงตรงไหน จะให้คะแนนอย่างยุติธรรมได้อย่างไร
ปัญหาด้านเนื่อหาและการลำดับเนื้อหา
ปัญหาของผู้เรียนเกี่ยวกับการวัดผลอาจเป็น ฉันเรียนรู้อะไรบ้างจากสิ่งนี้ ข้อสอบยากเกินไป ข้อสอบกำกวม
อื่น ๆ
ปัญหาด้านเนื้อหาและการลำดับเนื้อหาปัญหานี้เกิดขึ้นกับครูและผู้เรียนเช่นเดี่ยวกัน ในส่วนของครูอาจจะสอนเนื้อหาที่ไม่ต่อเนื่องกัน เนื้อหายากเกินไป เนื้อหาไม่ตรงกับจุดมุ่งหมาย เนื้อหาไม่สัมพันธ์กัน และอื่น ๆ
อีกมากมาย
ปัญหาด้านวิธีการ
ในส่วนของผู้เรียนก็จะเกิดปัญหาเช่นเดี่ยวกับที่กล่าวข้างต้นอันเป็นผลมาจากครูอาจเป็นการสอนหรือวิธีการสอนของครูทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่าย ไม่อยากเข้าห้องเรียน มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนสิ่งนั้น ๆ
หรือปัญหาการสอนที่ไม่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ตั้งเอาไว้ เช่น
ตั้งเป้าหมายไว้ว่าให้ผู้เรียนสามารถใช้กล้องถ่ายวิดีโอได้อย่างชำนาญ แต่วิธีสอนกลับบรรยายให้ฟังเฉย ๆ
และผู้เรียนไม่มีสิทธิจับกล้องเลย เป็นต้น
ปัญหาข้อจำจัดต่าง
ๆ
ในการสอนหรือการฝึกอบรมนั้นต้องใช้แหล่งทรัพยากร 3 ลักษณะ คือ บุคลากร
ครูผู้สอน และสถาบันต่าง ๆ
องค์ประกอบของการออกแบบการเรียนการสอน
ดังได้กล่าวข้างต้นว่า
การออกแบบการเรียนการสอนให้หลักการแนวทางของระบบ
ดังนั้นในการออกแบบการเรียนการสอนจึงประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้
และในกระบวนการออกแบบการเรียนการสอนก็จะมีกลไกในการปรับปรุงแก้ไขตัวเอง
อันได้แก่ กระบวนการใช้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จากการประเมินผลที่เรียกว่า
การประเมินผลเพื่อการปรับปรุง (formative evaluation)
เนื่องจากมีรูปแบบ (Model) สำหรับนำไปใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนอยู่มากมายจึงมีความหลากหลายในองค์ประกอบในรูปแบบนั้น
ๆ แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเรียนการสอนใด ๆ ก็จะยึดแนวทางของรูปแบบดั้งเดิม (generic
model)
รูปแบบดั้งเดิม
(Generic model)
1.
การวิเคราะห์ (Analysis)
2.
การออกแบบ (Design)
3.
การพัฒนา (Development)
4.
การนำไปใช้ (Implementation)
5.
การประเมินผล (Evaluation)
จากรูปแบบดังเดิม
(Generic model) นี้จะมีผู้รู้ต่าง ๆ
นำไปสังเคราะห์เป็นรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ตามความเชื่อความต้องการของตน
รูปแบบการสอนของดิคค์และคาเรย์ (Dick and Carey
model)
รูปแบบการสอน
(Model) ของดิคค์และคาเรย์
ประกอบด้วยองค์ประกอบด้วย 10 ขั้นด้วยกัน คือ
1.
การกำหนดเป้าหมายของการเรียนการสอน (Identify Instructional
Goals)
2.
ดำเนินการวิเคราะห์การเรียนการสอน (Conduct Instructional Analysis)
3.
กำหนดพฤติกรรมก่อนเรียนและลักษณะผู้เรียน (Identify Entry Behaviors,
Characteristics)
4.
เขียนจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม (Write Performance
Objective)
5.
พัฒนาข้อสอบอิงเกณฑ์ (Develop Criterion - Referenced Test
Items)
6.
พัฒนายุทธวิธีการสอน (Develop Instructional Strategies)
7.
พัฒนาและเลือกวัสดุการเรียนการสอน (Develop and
Select Instructional Materials)
8.
ออกแบบและดำเนินการประเมินเพื่อการปรับปรุง (Design and
Conduct Formative Evaluation)
9.
การปรับปรุงการสอน (Revise Instruction)
10. การออกแบบและดำเนินการประเมินระบบการสอน (Design and
Conduct Summative E valuation)
ระบบการสอนของเกอร์ลาชและอีลาย (Ger lach
and Ely Model)
เกอร์ลาชและอีลายเสนอรูปแบบการออกแบบการสอนประกอบด้วยองค์ประกอบ 10 อย่างด้วยกันคือ
1.
การกำหนด เป็นการกำหนดว่าต้องการให้ผู้เรียนรู้อะไร
แค่ไหน อย่างไร
2.
การกำหนดเนื้อหา (Specify Content) เป็นการกำหนดว่าผู้เรียนต้องเรียนอะไรบ้างในอันที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
3.
การวิเคราะห์ประสบการณ์เดิมของผู้เรียน
(Analyze Learner Background
Knowledge) เพื่อทราบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน
4.
เลือกวิธีสอน (Select Teaching
Method) ทำการเลือกวิธีสอนให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย
5.
กำหนดขนาดของกลุ่ม (Determine Group
Size) เลือกว่าจะสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือกลุ่มใหญ่อย่างไร
6.
กำหนดเวลา (Time
Allocation) กำหนดว่าจะใช้เวลาในการสอนมากน้อยเพียงใด
7.
กำหนดสถานที่ เครื่องอำนวยความสะดวก (Specify Setting
and Facilities) กำหนดว่าจะสอนที่ไหน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
8.
เลือกแหล่งวิชาการ (Select Learning
Resources) ต้องใช้สื่ออะไร อย่างไร
9.
ประเมินผล (Evaluation) ดูว่าการสอนเป็นไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่
10. วิเคราะห์ข้อมูลป้อนกลับเพื่อการปรับปรุงแก้ไข
(Analyze Feedback for
Revision) เป็นการวิเคราะห์ว่าถ้าการสอนไม่ได้ผลตามจุดมุ่งหมายจะทำการปรับปรุงแก้ไขตรงไหนอย่างไร
จากตัวอย่างรูปแบบระบบการสอนที่ยกมาจะเห็นว่าจะอยู่ในกรอบของรูปแบบดังเดิม
(Generic model) ทั้งสิ้น
การวิเคราะห์ระบบ (System
Analysis)
การวิเคราะห์ระบบ
คือ กระบวนการศึกษาขอบข่าย (Network)
ของปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบ
เพื่อจะเสนอแนวทางในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงการทำงานของระบบนั้น ๆ (Semprevivo , 1982)
ในการออกแบบการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสอนของใครก็ตาม
จะมีกลไกหรือมีข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ระบบอยู่แล้ว ข้อมูลดังกล่าวคือ
ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ต่าง ๆการที่ระบบการสอนมีองค์ประกอบให้เห็นอย่างชัดเจนและแสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ อย่างชัดเจน จะช่วยให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง
ๆ ว่าปัญหาระบบเกิดจากอะไรการดำเนินการวิเคราะห์ระบบในรูปแบบ (Model) การสอนต่าง ๆ
นั้นทำได้ง่ายเพราะมีผู้จัดสร้างกลไกและจัดหาข้อมูลเตรียมไว้ให้แล้วแต่ถ้าจะดำเนินการวิเคราะห์ระบบอื่นใดที่นอกเหนือไปจากนี้แล้วกระบวนการคิดวิเคราะห์ก็จะต้องมีรายละเอียดและกระบวนการเพิ่มมากขึ้น
ในที่นี้จะขอเสนอแนวทางในการวิเคราะห์ระบบสำหรับระบบโดยทั่ว ๆ
ไปที่ไม่ใช่ระบบการเรียนการสอน ในการวิเคราะห์ระบบจะประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ
เป็นวงจรชีวิต (Life cycle) ดังต่อไปนี้ คือ
1.
การกำหนดปัญหา (Problem definition)
2.
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล (Data
collection and analysis)
3.
การวิเคราะห์ทางเลือกของระบบ (Analysis of
system alternatives)
4.
ศึกษาความเป็นไปได้ของทางเลือก (Determination 0f feasibility)
5.
การพัฒนาแนวคิดเพื่อเสนอขอความคิดเห็น (Development 0f the
systems proposal)
6.
การพัฒนาและทดลองใช้ต้นแบบ (Pilot of
prototype systems development)
7.
การออกแบบระบบ (System design)
8.
การพัฒนาโปรแกรม (Program development)
9.
การนำระบบใหม่เข้าไปใช้ (System implementation)
10. การตรวจสอบและการประเมินระบบ
(Systems implementation)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น